การสแกนจ่ายเงินผ่านโครงการ ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย
ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการถอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใด
สำหรับประชาชน
ระยะเวลาการลงทะเบียนและใช้สิทธิ
ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
ไทยช่วยไทยพลัสไทยช่วยไทยพลัส
สำหรับประชาชน
การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
เริ่มลงทะเบียนสำหรับประชาชนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00 - 22:00 น.
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ​
  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส
  5. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ช่องทางลงทะเบียน
ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 25 - 29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00 - 22:00 น.
i-iconกรุณาสมัครบริการ G Wallet ก่อนใช้สิทธิโครงการบนแอปฯ เป๋าตัง
การใช้สิทธิสำหรับประชาชน
เริ่มใช้สิทธิใช้จ่ายร้านค้า
  • ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง
  • ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี
  • แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง
  • ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น.
สำหรับประชาชน
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
เงื่อนไขการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
  • ก่อนใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิจะต้องตรวจสอบสิทธิคงเหลือและเงื่อนไขการใช้สิทธิ
  • การซื้อ - ขายสินค้า/รับ - ให้บริการ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้า/บริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด
  • ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 - 23:00 น. ของทุกวัน
  • ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ
กรณีซื้ออาหาร/เครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี)
  • การใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อขายสินค้าเฉพาะประเภทอาหาร/เครื่องดื่มโดยประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เท่านั้น
  • รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • ใช้สิทธิตามโครงการเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่ 06:00 - 21:00 น. ของทุกวัน
  • ห้ามมีการรับหรือเรียกเงินทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์รูปแบบอื่นนอกจากการสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ไม่ว่ากรณีใด
  • การซื้อ-ขายอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อ-ขายกันจริง โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกันหรือเป็นบุคคลเดียวกัน
i-iconห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ
สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี
ระยะเวลาการลงทะเบียนและใช้สิทธิ
ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
คนละครึ่งคนละครึ่ง
คนละครึ่งคนละครึ่ง
สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี
การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
สมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้
    1. ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
    2. ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
    3. ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
    4. ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้
      1. ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
      2. ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด
      3. ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
  2. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้
    1. ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
    2. ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
  3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
    รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)
  4. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
    ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
  5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
    (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส
ประเภทสินค้าและบริการ
อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย  พลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ
สำหรับร้านค้าถุงเงินที่เคยเข้าร่วม โครงการคนละครึ่ง พลัส และผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ
  1. อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจสอบบัญชีรับเงิน
  2. ร้านค้าเก่าที่ผ่านเกณฑ์โครงการ กดรับข้อตกลงเงื่อนไข วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้น
สำหรับร้านค้าใหม่ การเตรียมพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการ
  1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ
  2. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ
  3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปติดต่อกับหน่วยงานดังนี้
    1. หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย (แบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย)
      • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป
      • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน / OTOP
      • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
    2. หน่วยงานธนาคารกรุงไทย (แบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ)
      • ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ แท็กซี่มิเตอร์ รถตู้โดยสารประจำทาง รถยนต์สามล้อ รถสองแถว รถจักรยานยนต์รับจ้าง
      • ต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่ยื่นภาษี (ภ.ง.ด. 50) รอบปี 2567 รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท (ณ 30 เม.ย. 2569)
      • ประกอบธุรกิจขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือบริการขนส่งสาธารณะ
  4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันประกอบกิจการจริง มายื่น ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
  5. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับ SMS และปรากฏแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) บนแอปฯ ถุงเงิน ทั้งนี้ผลการพิจารณาจะเป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ
    สำหรับร้านค้าที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ฟู้ดเดลิเวอรี
  1. ร้านค้าผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ได้ตั้งแต่ 10 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป เฉพาะร้านค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น
  2. กดแบนเนอร์ โครงการฟู้ดเดลิเวอรี บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
i-iconหมายเหตุ: เจ้าหน้าที่รัฐผู้ยืนยันประเภทกิจการร้านค้า ตามเงื่อนไขโครงการ ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน
การรับสิทธิและออเดอร์
ร้านค้าทั่วไปที่มีหน้าร้าน
  • ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี
  • ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น.
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการของร้านค้า
  • ต้องสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน
  • ได้รับการอนุมัติเป็นร้านค้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยหน่วยงานรัฐ
  • ร้านค้าที่ได้รับการอนุมัติ ต้องกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ ก่อนรับสิทธิ
  • ร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สามารถสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ได้ 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น
  • ร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี รับออร์เดอร์ ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ก่อนเวลา 21:00 น.
สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี
การรับเงินของร้านค้าผ่าน 2 ช่องทาง
คนละครึ่งคนละครึ่ง
คนละครึ่งคนละครึ่ง
สำหรับร้านค้าและฟู้ดเดลิเวอรี
เงื่อนไขการลงทะเบียน
เงื่อนไขการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
  • ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ
  • ต้องไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใดๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
  • การซื้อ-ขายสินค้า / รับ-ให้บริการผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้า/บริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) โดยไม่มีการดำเนินการไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด
  • รับชำระค่าสินค้า/บริการที่รัฐสนับสนุนวงเงินร่วมจ่าย
  • ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (Gift Voucher/Gift Card) บัตรเงินสด (Cash Card) และสินค้า/บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระล่วงหน้า (prepaid)
  • การซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการทอนเงินสดหรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสด ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามปฏิเสธการใช้สิทธิตามโครงการของลูกค้าหากยังมีสิทธิเหลืออยู่ เว้นแต่เป็นความผิดของลูกค้าหรือเป็นเหตุสุดวิสัยอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
  • ห้ามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกระทำการใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อมาตรการ/โครงการของรัฐ หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการฯ หรือมาตรการ/โครงการใด ๆ ของรัฐ ห้ามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ
กรณีการขายอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี
  • ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขายสินค้าประเภทอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น
  • รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น
  • ผู้ประกอบการสามารถขายอาหาร/เครื่องดื่มตามโครงการผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่ 06:00 - 21:00 น. ของทุกวัน
  • ห้ามมีการรับหรือทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์รูปแบบอื่นใดจากการสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร ไม่ว่ากรณีใด
  • การซื้อ-ขายอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อ-ขายกันจริง โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกันหรือเป็นบุคคลเดียวกัน
  • ผู้ประกอบการสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ 1 แพลตฟอร์ม เท่านั้น
  • ผู้ประกอบการสามารถเลือกระงับการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีตามโครงการได้โดยสมัครใจ โดยไม่ถือว่าเป็นการปฎิเสธการใช้สิทธิของประชาชน
i-iconห้ามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ

คู่มือสำหรับฟู้ดเดลิเวอรี่ แอป ฯ

ลงทะเบียนสำหรับประชาชน

เริ่มลงทะเบียน
20-26 ต.ค. 68 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ตั้งแต่เวลา 06:00-22:00 น
เงื่อนไขการลงทะเบียนสำหรับประชาชน
  • ประชาชานที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งมาก่อน กดปุ่มยืนยันสิทธิ และใช้สิทธิภายในวันที่ 13 พ.ย. 68​
  • ประชาชานที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)มาก่อนต้อง ลงทะเบียนและกดยืนยันสิทธิ โดยใช้สิทธิภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ SMS ยืนยันการรับสิทธิ​
  • ช่วงเวลาการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่ 06:00-23:00 น. โดยชำระเงินผ่าน G Wallet
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ​
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน​
  • มีบัตรประชาชน สัญชาติไทย
  • ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ​
  • ไม่เป็นผู้อยู๋ในรายชื่อบัญชีม้า (TBC)

ลงทะเบียนสำหรับร้านค้าใหม่

เริ่มลงทะเบียน
รับสมัครร้านค้าเข้าร่วม โครงการคนละครึ่งพบัส ผ่านธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศ ในเวลาทำการ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 68.
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้าใหม่
  • คุณสมบัติและประเภทกิจการที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
    คลิกอ่านรายละเอียด
  • ไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล
  • ไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
** สำหรับร้านค้าในโครงการคนละครึ่งเดิม ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ให้ดำเนินการอัปเดตเวอร์ชั่นถุงเงินให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการ
ช่องทางการลงทะเบียนร้านค้าใหม่
  • ธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศ ในเวลาทำการ
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • สถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง สามารถตรวจสอบได้​
  • เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือ บริการ นวด สปา ทำผม ทำเล็บ​
  • บริการขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทย​
  • ไม่ใช่นิติบุคคลและไม่ใช่บุคคลธรรมดาที่เป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลที่มีการประกอบธุรกิจร้านค้าอาหารเครื่องดื่ม สินค้าทั่วไปในประเภทเดียวกันกับได้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ​
  • เป็นผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547
  • เป็นร้านค้า ธงฟ้าราคาประหยัด​ (TBC)
  • ไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์​

ร้านค้าคนละครึ่ง จะได้รับเงินจากการขายสินค้า
อาหาร และเครื่องดื่ม แยกเป็น 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 เงินส่วนที่ประชาชนชำระ (G Wallet)
ร้านค้าจะได้รับเงินในช่วงเช้ามืด (02:00 เป็นต้นไป)
3 วันถัดไปนับจากวันที่ทำรายการ (T+3)
ส่วนที่ 2 เงินส่วนของภาครัฐ (สิทธิไทยช่วยไทยพลัส)
ร้านค้าจะได้รับเงินในช่วงเย็น (18:00 เป็นต้นไป)
3 วันถัดไปนับจากวันที่ทำรายการ (T+3)
วันรับเงินโอนเข้าบัญชีสำหรับร้านค้าคนละครึ่ง
ส่วนที่ 1 เงินส่วนที่ประชาชนชำระ (G Wallet)
ร้านค้าจะได้รับเงินในช่วงเช้ามืด (02:00 เป็นต้นไป) ของวันถัดไป
ส่วนที่ 2 เงินส่วนของภาครัฐ (สิทธิไทยช่วยไทยพลัส)
ร้านค้าจะได้รับเงินในช่วงเย็น (17:30 เป็นต้นไป) ของวันถัดไป
วันรับเงินโอนเข้าบัญชีสำหรับร้านค้าคนละครึ่ง
ติดต่อเรา
ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
comment
ศูนย์ช่วยเหลือ
สำหรับประชาชน

ศูนย์ช่วยเหลือ
สำหรับร้านค้า

ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับ
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สอบถามข้อมูลโครงการ

แจ้งเบาะแสการทุจริต/ร้องเรียน

Copyright ©2026
FAQ_icon
ติดต่อสอบถาม