ข้อมูลการลงทะเบียนสำหรับร้านค้า
สมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้
    1. ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
    2. ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
    3. ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
    4. ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้
      1. ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
      2. ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด
      3. ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
  2. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้
    1. ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
    2. ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
  3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
    รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)
  4. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
    ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
  5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
      (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส
ประเภทสินค้าและบริการ
อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย  พลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
  1. การลงทะเบียน สำหรับร้านค้า
    1. กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” 
    2. กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้าฯ ผู้ประกอบการบริการฯ หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านสาขาของ ธ. กรุงไทยฯ 
    3. กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับ ธ. กรุงไทยฯ
    ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 1. และข้อ 2. หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ จะ
    ต้องได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย หรือกรุงเทพมหานครมอบหมายแล้วแต่กรณี หรือเคยได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมายภายใต้โครงการ
  2. วิธีการรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งภาครัฐจะโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ภายในระยะเวลาที่กำหนด
    และสำหรับกรณีโอนเงินไม่สำเร็จ จะดำเนินการติดตามเพื่อโอนเงิน (Retry) ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นรายสัปดาห์ทุกวันศุกร์ จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 โดยเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวรัฐจะไม่โอนเงินให้แก่ร้านค้าหรือผู้ให้บริการและถือว่าผู้ประกอบการไม่ประสงค์รับเงินภายใต้ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ทั้งนี้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังโดย สศค. กำหนด
  3. การดำเนินการกับประชาชนและร้านค้าที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
    1. สำหรับการดำเนินการตรวจสอบการกระทำที่ผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สศค. จะดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้แทนกรมสรรพากร ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น เพื่อรองรับดำเนินการดังกล่าว
    2. เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานในพื้นที่ อันจะทำให้การดำเนินการเกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ในการดำเนินการทางกฎหมายกับร้านค้า หรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติและซึ่งเข้าข่ายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ให้ สศค. มอบอำนาจให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดำเนินการทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางอาญาจนเสร็จการแทน สศค. โดยให้ สศค. และกรมการปกครองร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงในรายละเอียด เกี่ยวกับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบอำนาจต่อไป
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้า
ร้านค้าใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
1
มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
มีบัญชีกรุงไทยแบบบุคคลธรรมดา
2
สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
สมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน ผ่านเว็บไซต์ www.ถุงเงินกรุงไทย.com
3
ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน*[1]
ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร
4
นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ
นำเอกสารที่ได้รับการรับรองแล้ว ติดต่อธนาคารกรุงไทย
5
ร้านค้าได้รับผลพิจารณาผ่าน SMS
ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้ SMS
6
เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
 เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
7
กดยอมรับข้อตกลงและเงื่องไขโครงการ
กดยอมรับข้อตกลงและเงื่องไขโครงการ
8
รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
แจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ ถุงเงิน และ SMS
9
ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน
ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน
*[1] หมายเหตุ:
1
ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ดาวน์โหลดและอัปเดต
2
ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้การแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน
เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการจะปรากฏแบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัสบนแอปฯ ถุงเงิน
3
เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่ง พลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน
4
กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ
รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน
5
รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน
6
ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน
ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน
1
ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ
2
ร้านค้าได้รับการอนุมัติแล้ว ผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป เวลา 06:00 – 23:00 น.
ร้านค้าได้รับการอนุมัติแล้ว
3
กดแบนเนอร์ ‘โครงการฟู้ดเดลิเวอรี’ บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
กดแบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนแอปฯถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
4
เลือกผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการ
เลือกผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการ
5
รับชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มจากประชาชน วันที่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น.
 รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน
6
แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จัดหาไรเดอร์ไปยังร้านค้า
แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี
7
ไรเดอร์จัดส่งอาหาร/เครื่องดื่ม
ไรเดอร์จัดส่งอาหาร/เครื่องดื่ม
8
ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน
ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน
รวมคู่มือการใช้งาน
โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สำหรับร้านค้า
Copyright ©2026
FAQ_icon
ติดต่อสอบถาม